ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิ

0 Comments
การใช้ชีวิตอย่างมีสติ

            “การใช้ชีวิตอย่างมีสติ” เป็นประโยชน์ที่ไม่ว่าจะเจอใครหรือจะเห็นจากที่ไหนก็มักจะเป็นรูปแบบประโยคต่างๆที่เห็นซ้ำเป็นพันๆครั้ง แต่สุดท้ายสิ่งนี้ก็กลายเป็นเรื่องจริงอยู่ดีทุกคนต่างรับรู้และรับทราบกันอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ การเกิดข้อผิดพลาดหรืออันตรายที่มาจากความไม่ประมาทนั้นกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัวเพราะมักจะไม่เกิดขึ้นอยู่แล้วถ้าหากว่าใช้สติ 

ไม่ใช่ว่าการใช้ชีวิตอย่างมีสติจำเป็นจะต้องมานั่งสมาธิอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความเข้าใจแบบร้านหลังจนไม่น่าให้อภัย เมื่อเทียบกับความเข้าใจในเรื่องของการมีสติแล้วการทำสมาธิจึงกลายเป็นเพียงแค่กิจกรรมหรือส่วนหนึ่งสำหรับการทำให้ชีวิตนั้นดูมีสติมากขึ้นก็เท่านั้น 

แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องของสติ ตามหลักแล้วคำนี้แปลว่าการทำอะไรแบบที่ยังรู้ตัว หรือยังรู้อยู่ว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ 

เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าใครไม่ได้ถนัดในการนั่งสมาธิไม่จำเป็นหรือว่าตัวเองจะต้องมานั่งฝืนหรือทำอะไรที่ลำบากใจ บางครั้งการทำให้ตัวเองมีสติหรือมีสมาธิมากขึ้น ก็สามารถที่จะทำได้จากหลายกิจกรรมหรือสามารถทำได้จากหลายวิธี โดยเฉพาะการปรับให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันที่เรียกได้ว่ามีสิ่งเร้าหรือมีกิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจกว่าอีกเยอะ เช่น

ออกกำลังกาย 

            นับว่าเป็นเทรนด์ในการดูแลสุขภาพของคนในปัจจุบันจนกลายเป็นเหมือนเรื่องปกติไปแล้วสำหรับการออกกำลังกาย ถึงอย่างนั้นสาเหตุที่ทำให้การออกกำลังกายนั้นเป็นเหมือนกับวิธีในการฝึกสมาธิและสติเพราะบางครั้งการที่จะเปลี่ยนหน้าทางหรือจะออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นท่าไหนจะต้องมีการกำหนดหรือผ่อนลมหายใจให้ถูกจังหวะเพื่อเป็นการช่วยในการดูแลกล้ามเนื้อ แต่ในบางกรณีสำหรับกีฬาบางประเภทที่ต้องใช้การต่อสู้หรือมีผู้เล่นมากกว่า 2 คนขึ้นไปการหายใจจะเป็นการกำหนดความรู้สึกในตอนนั้นเพื่อไม่ให้พวกแรกและมีสติอยู่กับคู่ต่อสู้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ 

ตั้งใจกับทุกสิ่ง 

            ถ้าใครที่มีโอกาสได้ลองสังเกตตัวเองดูบ้าง บางครั้งเราจะรับรู้เลยว่าหากกำลังทำอะไรอยู่สักอย่างนึงแล้วแต่บางครั้งก็กลับมีจิตใจที่หลุดลอยไปคิดถึงหรือวางแผนทำในกิจกรรมอื่นๆด้วย โดยเฉพาะในวัยเรียนบอกเลยว่าหลายๆคนนั้นเป็นกันบ่อย เพราะฉะนั้นแล้วการตั้งใจอยู่กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้าไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ หรือแม้แต่การฟังอีกฝ่ายหนึ่งพูดก็ถือว่าเป็นการสร้างสติให้กับตัวเองแบบที่ไม่ได้เข้มงวดมากเกินไปนัก

            ดังนั้นการฝึกให้ตัวเองมีสติไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะต้องนั่งสมาธินานแค่ไหน แต่สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับว่าการจัดการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไรมากกว่า