เรื่องน่ารู้ของระบบประตูอัตโนมัติ

0 Comments
ระบบประตูอัตโนมัติ

ต้องบอกเลยว่าระบบประตูอัตโนมัตินั้น เป็นประตูที่มีความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงอาคารบ้านเรือนชนิดต่างๆ อีกด้วย โดยอย่างไรก็ดี ในปัจจุบันนี้ประตูเปิดปิดได้แบบอัตโนมัติได้มีความปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆ การจะพัฒนาให้มีการใช้งานได้อย่างปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญและสะดวกสบายกว่าเดิม ใครที่สนใจประตูชนิดนี้อยู่มาดูพร้อมๆ กันว่าข้อมูลของประตูแบบนี้มีอะไรบ้าง  1.ลักษณะการทำงาน ระบบประตูอัตโนมัติ  สำหรับประตูอัตโนมัตินั้น เป็นประตูที่สามารถสั่งการได้แบบง่ายดาย โดยใช้รีโมทเป็นหลัก และบางทีก็จะเป็นแบบเซ็นเซอร์นั่นเอง แต่เซ็นเซอร์จะเป็นการควบคุมการเปิดปิดประตูได้อย่างดี  โดยมีการควบคุมในชุดควบคุมที่แตกต่างกันออกไป เวลาที่เราใช้ประตูเซ็นเซอร์ ก็แปลว่าจะมีการใช้สัญญาณปลดล็อคมอเตอร์ โดยเป็นการคุมอุปกรณ์แบบง่ายดาย ปลอดภัย  2.ระบบการทำงานเป็นแบบไหน  การใช้งานประตูลักษณะนี้คือสิ่งที่สำคัญอย่างมาก โดยเราจะเลือกเป็นประตูรั้วก็ได้หรือว่าประตูโรงรถก็ได้เช่นกัน โดยเราสามารถเลือกเป็นแบบรีโมทก็ได้อีกด้วย โดยการใช้มอเตอร์หรือการทำงานของมอเตอร์นั้นจะไม่เร็วมาก และเป็นไปแบบนุ่มนวล ในขณะเดียวกัน ราคาเองก็ยังมีความหลากหลาย หากว่าเป็นรุ่นแบบที่ราคาแพง ก็จะต้องการการใช้งานแบบที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพมากที่สุด และมีการกดรีโมทสำหรับเปิดหรือว่าปิด คนที่จะกำหนดความกว้าง เปิดได้อย่างที่ต้องการ และมีการเปิดประตูให้คนสามารถเข้าออกได้แบบง่ายดาย  3.โครงสร้างระบบประตูอัตโนมัติ  อีกหนึ่งสิ่งที่หลายๆ คนควรรู้ก็คือโครงสร้างของประตูอัตโนมัตินั้นมีการทำงานสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง และมีส่วนสำคัญหลายต่อหลายส่วนด้วยกัน ไม่สามารถขาดอะไรไปได้เลย เพราะว่าทุกส่วนเองก็มีโครงสร้างที่น่าสนใจอย่างมาก และมีระบบที่แตกต่างกันอีกด้วย โดยจะอำนวยความสะดวกให้กับคนที่ใช้งานเป็นหลักเลยก็ว่าได้  4.ตัวของประตู  หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าประตูแบบนี้จะทำจากอะไรกันแน่ โดยก็จะขึ้นอยู่กับตัวของประตูเป็นหลัก เช่น กระจก อะลูมิเนียม ไม้ สามารถเอามาเป็นวัสดุในการผลิตประตูด้วยกันแทบทั้งสิ้นและในส่วนของโครงสร้าง ก็จะมีการคุมด้วยระบบมอเตอร์ มีการติดตั้งที่สำเร็จเรียบร้อย […]


ใช้ บริการทาสี บ้าน กับการลงมือเอง แบบไหนดีกว่า

0 Comments
บริการทาสี

ขึ้นชื่อว่าบ้าน จะหลังเล็กหรือหลังใหญ่ ทุกคนก็ต้องอยากจะให้บ้านนั้นออกมาดูสวยงาม น่าอยู่เป็นเรื่องปรกติ และสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ที่จะทำให้บ้านของเราดูสวยงามได้ ก็คือการทาสีบ้านนั่นเอง บ้านที่ไม่หลังใหญ่ แต่สร้างออกมาดูดี ทาสีให้เหมาะสม  ก็ทำให้บ้านดูหรูหราขึ้นมาได้ โดยในการทาสีจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ก็คือ การจ้างช่างบริการทาสีกับการลงมือทำเอง ก่อนที่จะเลือกแบบใดแบบหนึ่ง เราอยากให้ทุกท่านได้เห็นความแตกต่างของทั้งสองแบบนี้ดูก่อน  ความแตกต่างของการจ้างช่าง และการลงมือถือ  การจ้างช่าง  งานออกมามีคุณภาพ  ถ้าหากคุณจ้างช่างที่มีฝีมือ มีประสบการณ์ในการทาสีมายาวนาน ก็มั่นใจได้เลยว่าผลงานออกมาดีแน่นอน สบายใจได้  ได้รับคำแนะนำที่ดี   บางท่านอาจจะเลือกสีเอาไว้แล้ว ว่าต้องการอยากจะให้เป็นสีอะไรในบ้าน บางทีสีที่เราเลือกไปแล้ว อาจจะไม่เหมาะสมก็ได้ ซึ่งช่างจะเป็นคนแนะนำให้ได้ด้วย ว่าเราควรเลือกใช้สีอย่างไร จึงจะทำให้บ้านออกมาดูสวยงาม  มีค่าใช้จ่าย  แน่นอนว่าเมื่อคุณต้องการอยากจ้างช่าง ก็ต้องเตรียมเงินเอาไว้สำหรับการจ้างด้วย โดยช่างแต่ละแบบก็จะมีราคาการจ้างไม่เท่ากัน ถ้าหากเป็นบริษัทใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงด้านนี้ ราคาก็จะสูงเป็นธรรมดา  ต้องเลือกช่างให้ดีก่อน  เพราะว่าช่างทาสีแต่ละคน จะมีฝีมือแตกต่างกัน และมีคุณภาพในการทำงานที่ไม่เท่ากัน ก่อนที่จะเลือกจ้างของเจ้าไหน คุณต้องทำการเลือกช่างบริการทาสีให้ชัวร์ก่อน ด้วยการเช็ครายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือ ราคา และผลงาน ที่เป็นส่วนสำคัญในการช่วยตัดสินใจทั้งสิ้น  การลงมือทำเอง  […]


จุดไฟฝันคนทำงาน หางานเชียงใหม่ ให้เหมาะกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่

0 Comments
หางานเชียงใหม่

ในปัจจุบันวิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปจากอดีตมากในทุก ๆ ด้าน รวมถึงวิถีชีวิตการทำงานของผู้คนที่มีการปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาในแต่ละยุค ในช่วงเวลาปัจจุบันสังคมกำลังถูกขับเคลื่อนไปด้วยผู้คนในกลุ่มที่ถูกเรียกว่า Gen Z ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เติบโตมาพร้อมกับระบบเทคโนโลยีที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นตามลำดับ ดังนั้น การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหางานเชียงใหม่ จึงต้องการกำลังพลที่มีไฟและมีพลังแบบคนใน Gen Z มาร่วมทำงาน  ลักษณะเฉพาะตัวของคน Gen Z   เรามักจะได้ยินคำกล่าวที่ว่า คนรุ่นใหม่ไฟแรง ซึ่งนั่นเป็นคำกล่าวที่บ่งบอกตัวตนของกลุ่มคน Gen Z ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีพลังในการทำงานสูงซึ่งพลังงานเหล่านั้นจึงเปรียบเสมือนไฟที่ลุกโชนเพื่อกระตุ้นให้ หางานเชียงใหม่ เกิดพลังที่จะทำงานได้อย่างเต็มที่นั่นเอง และเนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมการพัฒนาเทคโนโลยีลักษณะเฉพาะตัวที่จะพบได้จากคน Gen Z จึงเป็นไปในลักษณะของบุคคลที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง สามารถทำงานได้หลายอย่าง สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว ที่สำคัญมีความคิดที่เปิดกว้างต่อสิ่งรอบตัวเป็นอย่างมาก  แต่ถึงจะเป็นกลุ่มคนที่มีพลังในการทำงานแต่คนทำงานในกลุ่ม Gen Z ก็จะพบปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนงานอยู่บ่อยๆ ซึ่งปัญหาที่ส่งผลให้การหางานเชียงใหม่ ทำให้คน Gen Z ทำงานไม่ค่อยยืดยาวเท่าที่ควร ได้แก่  การได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ไม่สมเหตุสมผล  รูปแบบการทำงานที่เคร่งครัดไม่มีความยืดหยุ่น  ภายในองค์กรไม่สนับสนุนการทำงานของคน Gen Z ตามรูปแบบที่พวกเขาต้องการ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของผลงานที่จะได้จากคนในกลุ่ม Gen Z  แม้ว่าคนในกลุ่ม Gen […]


ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิ

0 Comments
การใช้ชีวิตอย่างมีสติ

            “การใช้ชีวิตอย่างมีสติ” เป็นประโยชน์ที่ไม่ว่าจะเจอใครหรือจะเห็นจากที่ไหนก็มักจะเป็นรูปแบบประโยคต่างๆที่เห็นซ้ำเป็นพันๆครั้ง แต่สุดท้ายสิ่งนี้ก็กลายเป็นเรื่องจริงอยู่ดีทุกคนต่างรับรู้และรับทราบกันอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ การเกิดข้อผิดพลาดหรืออันตรายที่มาจากความไม่ประมาทนั้นกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัวเพราะมักจะไม่เกิดขึ้นอยู่แล้วถ้าหากว่าใช้สติ  ไม่ใช่ว่าการใช้ชีวิตอย่างมีสติจำเป็นจะต้องมานั่งสมาธิอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความเข้าใจแบบร้านหลังจนไม่น่าให้อภัย เมื่อเทียบกับความเข้าใจในเรื่องของการมีสติแล้วการทำสมาธิจึงกลายเป็นเพียงแค่กิจกรรมหรือส่วนหนึ่งสำหรับการทำให้ชีวิตนั้นดูมีสติมากขึ้นก็เท่านั้น  แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องของสติ ตามหลักแล้วคำนี้แปลว่าการทำอะไรแบบที่ยังรู้ตัว หรือยังรู้อยู่ว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่  เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าใครไม่ได้ถนัดในการนั่งสมาธิไม่จำเป็นหรือว่าตัวเองจะต้องมานั่งฝืนหรือทำอะไรที่ลำบากใจ บางครั้งการทำให้ตัวเองมีสติหรือมีสมาธิมากขึ้น ก็สามารถที่จะทำได้จากหลายกิจกรรมหรือสามารถทำได้จากหลายวิธี โดยเฉพาะการปรับให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันที่เรียกได้ว่ามีสิ่งเร้าหรือมีกิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจกว่าอีกเยอะ เช่น ออกกำลังกาย              นับว่าเป็นเทรนด์ในการดูแลสุขภาพของคนในปัจจุบันจนกลายเป็นเหมือนเรื่องปกติไปแล้วสำหรับการออกกำลังกาย ถึงอย่างนั้นสาเหตุที่ทำให้การออกกำลังกายนั้นเป็นเหมือนกับวิธีในการฝึกสมาธิและสติเพราะบางครั้งการที่จะเปลี่ยนหน้าทางหรือจะออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นท่าไหนจะต้องมีการกำหนดหรือผ่อนลมหายใจให้ถูกจังหวะเพื่อเป็นการช่วยในการดูแลกล้ามเนื้อ แต่ในบางกรณีสำหรับกีฬาบางประเภทที่ต้องใช้การต่อสู้หรือมีผู้เล่นมากกว่า 2 คนขึ้นไปการหายใจจะเป็นการกำหนดความรู้สึกในตอนนั้นเพื่อไม่ให้พวกแรกและมีสติอยู่กับคู่ต่อสู้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ  ตั้งใจกับทุกสิ่ง              ถ้าใครที่มีโอกาสได้ลองสังเกตตัวเองดูบ้าง บางครั้งเราจะรับรู้เลยว่าหากกำลังทำอะไรอยู่สักอย่างนึงแล้วแต่บางครั้งก็กลับมีจิตใจที่หลุดลอยไปคิดถึงหรือวางแผนทำในกิจกรรมอื่นๆด้วย โดยเฉพาะในวัยเรียนบอกเลยว่าหลายๆคนนั้นเป็นกันบ่อย เพราะฉะนั้นแล้วการตั้งใจอยู่กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้าไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ หรือแม้แต่การฟังอีกฝ่ายหนึ่งพูดก็ถือว่าเป็นการสร้างสติให้กับตัวเองแบบที่ไม่ได้เข้มงวดมากเกินไปนัก             ดังนั้นการฝึกให้ตัวเองมีสติไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะต้องนั่งสมาธินานแค่ไหน แต่สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับว่าการจัดการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไรมากกว่า


ไม่ต้องพูดเก่ง แค่พูดเป็นก็พอ

0 Comments
ไม่ต้องพูดเก่ง แค่พูดเป็นก็พอ

คำพูด ทุกคนต่างรู้ดีว่าสามารถกำหนดหรือชี้ชะตาชีวิตของใครได้เลย และคำพูดก็เหมือนกับสายน้ำที่เมื่อส่งออกไปแล้วกลับไม่สามารถย้อนกลับมาใหม่ได้ หรือถ้าจะให้พูดสิ่งที่รู้กันอยู่แล้วก็คือเมื่อไหร่ก็ตามที่พูดอะไรออกไปแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เป็นคำพูดแย่ๆ แนะนำว่าคนฟังก็รู้สึกเจ็บปวดหรือรู้สึกเสียใจไปแล้วกับคำพูดเหล่านี้ยากที่จะทำให้ความรู้สึกเหล่านี้กลับมาเหมือนเดิม  ปัญหาคือในยุคปัจจุบันคนเราจำเป็นต้องเข้าสังคมเยอะขึ้น ดังนั้นยิ่งเรื่องของการใช้คำพูดยิ่งจำเป็นต้องระวังมากกว่าเดิมไม่ได้สามารถใช้ได้ตามอิสระตามใจชอบ เพราะบอกเลยว่าแต่ละคนนั้นมาจากการเลี้ยงดูอบรมที่ต่างกัน จึงมีผลต่อการทำความเข้าใจที่ต่างกันด้วย แต่สิ่งเหล่านี้จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อรู้จักใช้คำพูด ไม่จำเป็นต้องพูดเก่งแต่เลือกใช้ให้เหมาะสมสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นการพัฒนาทักษะการพูดไปโดยปริยาย  ขยันใฝ่ความอ่อนน้อมถ่อมตน  จะว่าไปแล้วเวลาพูดบางครั้งไม่ใช่เพียงแค่ความหมายหรือการเลือกใช้คำพูดเท่านั้นที่สำคัญ แม้กระทั่งน้ำเสียงเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงออกไป ซึ่งจะทำให้ผู้ฟังสามารถตัดสินได้ทันทีเลยว่าเป็นคนอย่างไรหรือมีความคิดเป็นแบบไหน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องของการเข้าสังคมการพยายามเน้นน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนรวมถึงพยายามพูดแบบที่ถ่อมตนมากที่สุดไม่พยายามอวดหรือข่มคนอื่น ก็จะลดโอกาสเสี่ยงที่จะสร้างไทยหรือปัญหาให้กับตัวเอง  ผิดต้องรีบแก้  บางคนไม่ใส่ใจในส่วนนี้เลยด้วยซ้ำ เวลาที่พูดอะไรออกไปผิดๆ กลับเลือกที่จะปล่อยปละละเลยเหมือนกับพูดออกไปแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องเข้าสังคมต้องพบเจอกับคนเยอะๆโดยเฉพาะกลุ่มสังคมการทำงาน เมื่อไหร่ก็ตามที่พูดผิด สำคัญมากว่าต้องรีบแก้สิ่งที่ผิดพลาดไปแล้วโดยทันที ถึงแม้ว่าบางครั้งจะไม่สามารถทดแทนความรู้สึกกลับมาได้ แต่ก็ยังช่วยแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและรู้จักว่าอะไรไม่ควร  จับจังหวะต้องเป็น  สำคัญกว่าเรื่องอื่นๆคงเป็นเรื่องของการจับจังหวะการพูดให้เหมาะสม ถ้าหากไม่ใช่กลุ่มเพื่อนสนิทจริงๆก็ไม่สามารถที่จะพูดแทรกขึ้นไปได้ เพราะเป็นหนึ่งในมารยาททางสังคมยิ่งเข้าเวลาหัวหน้างานหรือผู้อาวุโสพูดอยู่หากมีข้อสงสัยหรืออยากจะคุยเล่นก็อาจจะต้องรอให้พูดจบก่อนถึงจะพูดแทรกขึ้นไปได้  ดูแล้วอาจจะเหมือนง่ายแต่บอกว่าช่วยลักษณะนิสัยที่กลายเป็นความเคยชินของแต่ละคน นับว่าเป็นสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ถ้าหากว่าจำเป็นต้องเข้าสังคมรู้จักเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสมก็คงจะเป็นอาวุธลับที่ดีกว่า  เพราะบางสถานการณ์ถ้ารู้จักเลือกใช้คำพูดก็จะจัดการสถานการณ์นี้เอาไว้ได้อยู่หมัด


เริ่มวันใหม่ เข้าสู่สังคมทำงานแบบมืออาชีพ

0 Comments
การเข้าสู่สังคมทำงานแบบมืออาชีพ

            ถ้าจะถามว่าการเริ่มใช้ชีวิตจริงๆเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เด็กหลายคนคงตอบว่าคงเป็นช่วงวัยที่มีโอกาสได้ทำงานหรือที่เรียกว่าเป็นวัยทำงานแบบเต็มตัว  แต่แน่นอนว่าบางคนแทบจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาเลยด้วยซ้ำ แล้วก็ไม่มีโอกาสได้ปรึกษากับผู้ใหญ่ด้วยซ้ำไปเพราะในบางกรณีหลายคนก็ไร้ที่พึ่งพิง เพราะฉะนั้นแล้วการเริ่มต้นทำงานหรือการเริ่มเข้าสู่ชีวิตวัยทำงาน อย่างน้อยฉันได้เรียนรู้เทคนิคเพื่อการป้องกันตัว และช่วยให้สามารถเข้าสู่สังคมการทำงานได้แบบที่ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง จริงๆสิ่งเหล่านี้ก็มีวิธีอยู่เหมือนกัน เช่น ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว              เด็กจบใหม่หลายคนมักมีปัญหาตรงที่ว่าตัวเองเริ่มมีความมั่นใจว่าเรียนจบแล้วมีความรู้ความสามารถเพียงพอ เวลาเข้าไปทำงานจนรู้สึกว่าตัวเองมีไฟอยากที่จะนำความรู้มาใช้แบบที่ใครหลายคนกล่าวว่าร้อนวิชา แต่เอาเข้าจริงแล้วนี่กลับกลายเป็นพฤติกรรมต้องห้ามสำหรับเด็กจบใหม่ที่ไม่ควรทำในการเข้าทำงานหรือเข้าสู่ช่วงวัยการทำงาน เพราะการทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วนั้นเป็นเหมือนกันปวดไม่รับการเรียนรู้จากใครทั้งนั้นแม้แต่หัวหน้างาน  สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อการที่จะได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ในที่ทำงาน และที่สำคัญบางเรื่องที่รู้อาจจะรู้ไม่จริงและรู้มาแบบไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นแล้วการเลี่ยงการทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วจะลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดและปลอดภัย  จัดเวลาให้เป็น              เมื่อไหร่ก็ตามที่เข้าสู่วัยทำงานแล้วควรที่จะต้องจัดเวลาให้เป็น หลายคนอาจจะมองว่าในช่วงชีวิตมหาลัยเป็นสิ่งที่เป็นช่วงเวลายืดหยุ่น แต่เมื่อเข้าสู่วัยทำงานการผิดพลาดหรือการที่ผิดไม่เป็นไปอย่างแขนเพียงแค่นิดเดียว สิ่งเหล่านี้กลับสามารถส่งผลกระทบได้ต่อเรื่องของการทำงาน อย่างเช่นงานล็อตที่ 1 ไม่ได้มีการวางแผนเอาไว้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นก็อาจจะต้องไปกินเวลาของงานล็อตที่ 2 แน่นอนว่าปัญหานี้กลายเป็นห่วงโซ่แบบที่แก้ได้ยาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้การทำงานนั้นไม่เป็นมืออาชีพ และอาจจะมีผลกระทบในวงกว้างต่อบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง  อย่าหยิ่งกับทุกคน              การหยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ถูกตัดคะแนนออกไปแล้ว 50% ในความเข้าใจของคนที่มักจะมีความมั่นใจรวมถึงความที่คิดว่าตัวเองมีความสามารถมากกว่า แต่ในบางครั้งอาจจะเกิดข้อผิดพลาดหรือความผิดพลาดจนต้องการความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ดังนั้นสิ่งที่ต้องห้ามคือไม่ควรที่จะหยิ่งกับทุกๆคนที่อยู่รอบข้าง พยายามสร้างมนุษยสัมพันธ์เอาไว้ดีที่สุด              นับว่าทั้งหมดที่กล่าวไปล้วนแล้วแต่เป็นข้อห้ามที่ไม่ควรทำจริงๆ เพราะถ้าเผลอทำขึ้นมารับประกันว่าชีวิตการทำงานวันแรกอาจจะจบเห่แบบไม่รู้ตัว