จุดไฟฝันคนทำงาน หางานเชียงใหม่ ให้เหมาะกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่

0 Comments
หางานเชียงใหม่

ในปัจจุบันวิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปจากอดีตมากในทุก ๆ ด้าน รวมถึงวิถีชีวิตการทำงานของผู้คนที่มีการปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาในแต่ละยุค ในช่วงเวลาปัจจุบันสังคมกำลังถูกขับเคลื่อนไปด้วยผู้คนในกลุ่มที่ถูกเรียกว่า Gen Z ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เติบโตมาพร้อมกับระบบเทคโนโลยีที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นตามลำดับ ดังนั้น การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหางานเชียงใหม่ จึงต้องการกำลังพลที่มีไฟและมีพลังแบบคนใน Gen Z มาร่วมทำงาน  ลักษณะเฉพาะตัวของคน Gen Z   เรามักจะได้ยินคำกล่าวที่ว่า คนรุ่นใหม่ไฟแรง ซึ่งนั่นเป็นคำกล่าวที่บ่งบอกตัวตนของกลุ่มคน Gen Z ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีพลังในการทำงานสูงซึ่งพลังงานเหล่านั้นจึงเปรียบเสมือนไฟที่ลุกโชนเพื่อกระตุ้นให้ หางานเชียงใหม่ เกิดพลังที่จะทำงานได้อย่างเต็มที่นั่นเอง และเนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมการพัฒนาเทคโนโลยีลักษณะเฉพาะตัวที่จะพบได้จากคน Gen Z จึงเป็นไปในลักษณะของบุคคลที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง สามารถทำงานได้หลายอย่าง สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว ที่สำคัญมีความคิดที่เปิดกว้างต่อสิ่งรอบตัวเป็นอย่างมาก  แต่ถึงจะเป็นกลุ่มคนที่มีพลังในการทำงานแต่คนทำงานในกลุ่ม Gen Z ก็จะพบปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนงานอยู่บ่อยๆ ซึ่งปัญหาที่ส่งผลให้การหางานเชียงใหม่ ทำให้คน Gen Z ทำงานไม่ค่อยยืดยาวเท่าที่ควร ได้แก่  การได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ไม่สมเหตุสมผล  รูปแบบการทำงานที่เคร่งครัดไม่มีความยืดหยุ่น  ภายในองค์กรไม่สนับสนุนการทำงานของคน Gen Z ตามรูปแบบที่พวกเขาต้องการ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของผลงานที่จะได้จากคนในกลุ่ม Gen Z  แม้ว่าคนในกลุ่ม Gen […]


ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิ

0 Comments
การใช้ชีวิตอย่างมีสติ

            “การใช้ชีวิตอย่างมีสติ” เป็นประโยชน์ที่ไม่ว่าจะเจอใครหรือจะเห็นจากที่ไหนก็มักจะเป็นรูปแบบประโยคต่างๆที่เห็นซ้ำเป็นพันๆครั้ง แต่สุดท้ายสิ่งนี้ก็กลายเป็นเรื่องจริงอยู่ดีทุกคนต่างรับรู้และรับทราบกันอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ การเกิดข้อผิดพลาดหรืออันตรายที่มาจากความไม่ประมาทนั้นกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัวเพราะมักจะไม่เกิดขึ้นอยู่แล้วถ้าหากว่าใช้สติ  ไม่ใช่ว่าการใช้ชีวิตอย่างมีสติจำเป็นจะต้องมานั่งสมาธิอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความเข้าใจแบบร้านหลังจนไม่น่าให้อภัย เมื่อเทียบกับความเข้าใจในเรื่องของการมีสติแล้วการทำสมาธิจึงกลายเป็นเพียงแค่กิจกรรมหรือส่วนหนึ่งสำหรับการทำให้ชีวิตนั้นดูมีสติมากขึ้นก็เท่านั้น  แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องของสติ ตามหลักแล้วคำนี้แปลว่าการทำอะไรแบบที่ยังรู้ตัว หรือยังรู้อยู่ว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่  เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าใครไม่ได้ถนัดในการนั่งสมาธิไม่จำเป็นหรือว่าตัวเองจะต้องมานั่งฝืนหรือทำอะไรที่ลำบากใจ บางครั้งการทำให้ตัวเองมีสติหรือมีสมาธิมากขึ้น ก็สามารถที่จะทำได้จากหลายกิจกรรมหรือสามารถทำได้จากหลายวิธี โดยเฉพาะการปรับให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันที่เรียกได้ว่ามีสิ่งเร้าหรือมีกิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจกว่าอีกเยอะ เช่น ออกกำลังกาย              นับว่าเป็นเทรนด์ในการดูแลสุขภาพของคนในปัจจุบันจนกลายเป็นเหมือนเรื่องปกติไปแล้วสำหรับการออกกำลังกาย ถึงอย่างนั้นสาเหตุที่ทำให้การออกกำลังกายนั้นเป็นเหมือนกับวิธีในการฝึกสมาธิและสติเพราะบางครั้งการที่จะเปลี่ยนหน้าทางหรือจะออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นท่าไหนจะต้องมีการกำหนดหรือผ่อนลมหายใจให้ถูกจังหวะเพื่อเป็นการช่วยในการดูแลกล้ามเนื้อ แต่ในบางกรณีสำหรับกีฬาบางประเภทที่ต้องใช้การต่อสู้หรือมีผู้เล่นมากกว่า 2 คนขึ้นไปการหายใจจะเป็นการกำหนดความรู้สึกในตอนนั้นเพื่อไม่ให้พวกแรกและมีสติอยู่กับคู่ต่อสู้เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ  ตั้งใจกับทุกสิ่ง              ถ้าใครที่มีโอกาสได้ลองสังเกตตัวเองดูบ้าง บางครั้งเราจะรับรู้เลยว่าหากกำลังทำอะไรอยู่สักอย่างนึงแล้วแต่บางครั้งก็กลับมีจิตใจที่หลุดลอยไปคิดถึงหรือวางแผนทำในกิจกรรมอื่นๆด้วย โดยเฉพาะในวัยเรียนบอกเลยว่าหลายๆคนนั้นเป็นกันบ่อย เพราะฉะนั้นแล้วการตั้งใจอยู่กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้าไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ หรือแม้แต่การฟังอีกฝ่ายหนึ่งพูดก็ถือว่าเป็นการสร้างสติให้กับตัวเองแบบที่ไม่ได้เข้มงวดมากเกินไปนัก             ดังนั้นการฝึกให้ตัวเองมีสติไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะต้องนั่งสมาธินานแค่ไหน แต่สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับว่าการจัดการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไรมากกว่า


ไม่ต้องพูดเก่ง แค่พูดเป็นก็พอ

0 Comments
ไม่ต้องพูดเก่ง แค่พูดเป็นก็พอ

คำพูด ทุกคนต่างรู้ดีว่าสามารถกำหนดหรือชี้ชะตาชีวิตของใครได้เลย และคำพูดก็เหมือนกับสายน้ำที่เมื่อส่งออกไปแล้วกลับไม่สามารถย้อนกลับมาใหม่ได้ หรือถ้าจะให้พูดสิ่งที่รู้กันอยู่แล้วก็คือเมื่อไหร่ก็ตามที่พูดอะไรออกไปแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เป็นคำพูดแย่ๆ แนะนำว่าคนฟังก็รู้สึกเจ็บปวดหรือรู้สึกเสียใจไปแล้วกับคำพูดเหล่านี้ยากที่จะทำให้ความรู้สึกเหล่านี้กลับมาเหมือนเดิม  ปัญหาคือในยุคปัจจุบันคนเราจำเป็นต้องเข้าสังคมเยอะขึ้น ดังนั้นยิ่งเรื่องของการใช้คำพูดยิ่งจำเป็นต้องระวังมากกว่าเดิมไม่ได้สามารถใช้ได้ตามอิสระตามใจชอบ เพราะบอกเลยว่าแต่ละคนนั้นมาจากการเลี้ยงดูอบรมที่ต่างกัน จึงมีผลต่อการทำความเข้าใจที่ต่างกันด้วย แต่สิ่งเหล่านี้จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อรู้จักใช้คำพูด ไม่จำเป็นต้องพูดเก่งแต่เลือกใช้ให้เหมาะสมสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นการพัฒนาทักษะการพูดไปโดยปริยาย  ขยันใฝ่ความอ่อนน้อมถ่อมตน  จะว่าไปแล้วเวลาพูดบางครั้งไม่ใช่เพียงแค่ความหมายหรือการเลือกใช้คำพูดเท่านั้นที่สำคัญ แม้กระทั่งน้ำเสียงเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงออกไป ซึ่งจะทำให้ผู้ฟังสามารถตัดสินได้ทันทีเลยว่าเป็นคนอย่างไรหรือมีความคิดเป็นแบบไหน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องของการเข้าสังคมการพยายามเน้นน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนรวมถึงพยายามพูดแบบที่ถ่อมตนมากที่สุดไม่พยายามอวดหรือข่มคนอื่น ก็จะลดโอกาสเสี่ยงที่จะสร้างไทยหรือปัญหาให้กับตัวเอง  ผิดต้องรีบแก้  บางคนไม่ใส่ใจในส่วนนี้เลยด้วยซ้ำ เวลาที่พูดอะไรออกไปผิดๆ กลับเลือกที่จะปล่อยปละละเลยเหมือนกับพูดออกไปแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องเข้าสังคมต้องพบเจอกับคนเยอะๆโดยเฉพาะกลุ่มสังคมการทำงาน เมื่อไหร่ก็ตามที่พูดผิด สำคัญมากว่าต้องรีบแก้สิ่งที่ผิดพลาดไปแล้วโดยทันที ถึงแม้ว่าบางครั้งจะไม่สามารถทดแทนความรู้สึกกลับมาได้ แต่ก็ยังช่วยแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและรู้จักว่าอะไรไม่ควร  จับจังหวะต้องเป็น  สำคัญกว่าเรื่องอื่นๆคงเป็นเรื่องของการจับจังหวะการพูดให้เหมาะสม ถ้าหากไม่ใช่กลุ่มเพื่อนสนิทจริงๆก็ไม่สามารถที่จะพูดแทรกขึ้นไปได้ เพราะเป็นหนึ่งในมารยาททางสังคมยิ่งเข้าเวลาหัวหน้างานหรือผู้อาวุโสพูดอยู่หากมีข้อสงสัยหรืออยากจะคุยเล่นก็อาจจะต้องรอให้พูดจบก่อนถึงจะพูดแทรกขึ้นไปได้  ดูแล้วอาจจะเหมือนง่ายแต่บอกว่าช่วยลักษณะนิสัยที่กลายเป็นความเคยชินของแต่ละคน นับว่าเป็นสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ถ้าหากว่าจำเป็นต้องเข้าสังคมรู้จักเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสมก็คงจะเป็นอาวุธลับที่ดีกว่า  เพราะบางสถานการณ์ถ้ารู้จักเลือกใช้คำพูดก็จะจัดการสถานการณ์นี้เอาไว้ได้อยู่หมัด


เริ่มวันใหม่ เข้าสู่สังคมทำงานแบบมืออาชีพ

0 Comments
การเข้าสู่สังคมทำงานแบบมืออาชีพ

            ถ้าจะถามว่าการเริ่มใช้ชีวิตจริงๆเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เด็กหลายคนคงตอบว่าคงเป็นช่วงวัยที่มีโอกาสได้ทำงานหรือที่เรียกว่าเป็นวัยทำงานแบบเต็มตัว  แต่แน่นอนว่าบางคนแทบจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาเลยด้วยซ้ำ แล้วก็ไม่มีโอกาสได้ปรึกษากับผู้ใหญ่ด้วยซ้ำไปเพราะในบางกรณีหลายคนก็ไร้ที่พึ่งพิง เพราะฉะนั้นแล้วการเริ่มต้นทำงานหรือการเริ่มเข้าสู่ชีวิตวัยทำงาน อย่างน้อยฉันได้เรียนรู้เทคนิคเพื่อการป้องกันตัว และช่วยให้สามารถเข้าสู่สังคมการทำงานได้แบบที่ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง จริงๆสิ่งเหล่านี้ก็มีวิธีอยู่เหมือนกัน เช่น ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว              เด็กจบใหม่หลายคนมักมีปัญหาตรงที่ว่าตัวเองเริ่มมีความมั่นใจว่าเรียนจบแล้วมีความรู้ความสามารถเพียงพอ เวลาเข้าไปทำงานจนรู้สึกว่าตัวเองมีไฟอยากที่จะนำความรู้มาใช้แบบที่ใครหลายคนกล่าวว่าร้อนวิชา แต่เอาเข้าจริงแล้วนี่กลับกลายเป็นพฤติกรรมต้องห้ามสำหรับเด็กจบใหม่ที่ไม่ควรทำในการเข้าทำงานหรือเข้าสู่ช่วงวัยการทำงาน เพราะการทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วนั้นเป็นเหมือนกันปวดไม่รับการเรียนรู้จากใครทั้งนั้นแม้แต่หัวหน้างาน  สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อการที่จะได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ในที่ทำงาน และที่สำคัญบางเรื่องที่รู้อาจจะรู้ไม่จริงและรู้มาแบบไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นแล้วการเลี่ยงการทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วจะลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดและปลอดภัย  จัดเวลาให้เป็น              เมื่อไหร่ก็ตามที่เข้าสู่วัยทำงานแล้วควรที่จะต้องจัดเวลาให้เป็น หลายคนอาจจะมองว่าในช่วงชีวิตมหาลัยเป็นสิ่งที่เป็นช่วงเวลายืดหยุ่น แต่เมื่อเข้าสู่วัยทำงานการผิดพลาดหรือการที่ผิดไม่เป็นไปอย่างแขนเพียงแค่นิดเดียว สิ่งเหล่านี้กลับสามารถส่งผลกระทบได้ต่อเรื่องของการทำงาน อย่างเช่นงานล็อตที่ 1 ไม่ได้มีการวางแผนเอาไว้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นก็อาจจะต้องไปกินเวลาของงานล็อตที่ 2 แน่นอนว่าปัญหานี้กลายเป็นห่วงโซ่แบบที่แก้ได้ยาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้การทำงานนั้นไม่เป็นมืออาชีพ และอาจจะมีผลกระทบในวงกว้างต่อบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง  อย่าหยิ่งกับทุกคน              การหยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ถูกตัดคะแนนออกไปแล้ว 50% ในความเข้าใจของคนที่มักจะมีความมั่นใจรวมถึงความที่คิดว่าตัวเองมีความสามารถมากกว่า แต่ในบางครั้งอาจจะเกิดข้อผิดพลาดหรือความผิดพลาดจนต้องการความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ดังนั้นสิ่งที่ต้องห้ามคือไม่ควรที่จะหยิ่งกับทุกๆคนที่อยู่รอบข้าง พยายามสร้างมนุษยสัมพันธ์เอาไว้ดีที่สุด              นับว่าทั้งหมดที่กล่าวไปล้วนแล้วแต่เป็นข้อห้ามที่ไม่ควรทำจริงๆ เพราะถ้าเผลอทำขึ้นมารับประกันว่าชีวิตการทำงานวันแรกอาจจะจบเห่แบบไม่รู้ตัว